การสวนล้างลำไส้

posted on 02 Jan 2011 13:08 by information01

การสวนล้างลำไส้ 

การสวนล้าง Colostomy  หมายถึงการผ่าตัดช่องท้องเพื่อทำทางออกของอุจจาระ (artificial anus) ขึ้นมาที่ผนังหน้าท้อง ในรายที่ผู้ป่วยเกิดมีการอุดตันของลำไส้ใหญ่ส่วนล่างอุจจาระจะออกมาจากลำไส้ผ่านเข้ามาทางผนังหน้าท้องที่ผ่าตัดไว้ ช่องที่เปิดหน้าท้องนี้เรียกว่า รูเปิด (stoma) การผ่าตัดนี้อาจเห็นการชั่วคราวหรือถาวรก้ได้

     วัตถุประสงค์

1.      เพื่อช่วยขับถ่ายสิ่งที่อยู๋ในลำไส้ใหญ่คือของเหลวอุจจาระแก๊สและมูกเมือกออกมาทางช่องท้อง

2.      เพื่อล้างส่วนล่างของทางเดินอาหาร

3.      เพื่อช่วยปรับให้ผู้ป่วยถ่ายได้ตามปกติ

4.      เพื่อป้องกันการอุดตันของลำไส้

5.      เพื่อป้องกันผิวหนังหน้าท้องไม่ให้ถลอกหรือเปื่อย

อุปกรณ์

1.      ถาดสี่เหลี่ยม 1 ใบสำหรับใส่อุปกรณ์ต่อไปนี้

2.      หม้อหรือถุงพลาสติก ที่ใส่น้ำยาสำหรับล้างน้ำยาที่ใช้อาจใช้น้ำอุ่น  น้ำเกลือหรือน้ำกลั่น ให้อุ่นประมาณ 103-105 องศาฟาเรนไฮต์ จำนวนที่ใช้ประมาณ 1000-2000

ซีซี

3.      สายยางที่ต่อปลายหม้อสวนใช้สายยางเบอร์ 22 หรือ 24

4.      Clamp

5.      Irrigating bag ที่มี self-adhesive หรือที่มีสายคาดเอว ถุงพลาสติก กระดาษหนังสือพิมพ์ที่ใช้แล้ว ไว้สำหรับห่อพวกของที่เปื้อน

6.       น้ำยาหล่อลื่น และกระดาษชำระ

วิธีปฏิบัติ

1.      เลือกเวลาให้เหมาะสมกับเวลาที่ผู้ป่วยเคยอุจจาระเมื่ออยู่ที่บ้าน

2.      ท่าที่เหมาะสมที่สุดให้ผู้ป่วยนั่งบนเก้าอี้ถ่าย (commode) ใช้เบาะยางรองบริเวณที่นั่งเพื่อป้องกันการกดทับ เพราะการทำต้องใช้เวลานาน

3.      แขวนหม้อสวนที่มีน้ำยาให้สูงประมาณ 18-24 นิ้วฟุตเหนือรูเปิด (stoma)

4.      เตรียมเก้าอี้นั่งถ่ายไว้ข้างหน้าผู้ป่วย

5.      เอาผ้าแต่งแผลที่สกปรกออก แล้วใส่พลาสติกหรือถุงกระดาษที่เตรียมไว้

6.      ล้างมือให้ถูกวิธีก่อนที่จะใส่สายยางเพื่อปล่อยน้ำเข้าไปใน stoma

7.      ก่อนใส่สายยางต้องปล่อยน้ำออกก่อนเพื่อไล่ลมออกจากสายยาง

8.      ก่อนใส่สายยางควรหล่อลื่นสายยางก่อนแล้วใส่อย่างระมัดระวังเข้าไปทางรูเปิดประมาณ 3-6 นิ้วฟุต จับสายยางให้เข้าๆ ออกๆ อยู่ชั่วครู่ โดยปล่อยน้ำผ่านช้าๆ เพื่อช่วย bowel relax อันจะทำให้น้ำไหลเข้าได้สะดวกถ้ามีการอุดตันต้องชักสายยางออกชั่วครู่ จึงใส่เข้าไปใหม่อย่างถูกวิธี

9.      ถ้าผู้ป่วยมีอาการจุกเสียดท้องต้องปลด clamp น้ำไว้ชั่วครู่ อาการจุกเสียดเกิดจากปล่อยน้ำเข้าไปเร็วเกินไป

10.  เมื่อหายจากอาการจุกเสียดแล้วจึงค่อยปล่อยน้ำเข้าไปอีกช้าๆ ใช้เวลาประมาณ 5-10 นาที

11.  ปล่อยให้อุจจาระไหลผ่านท่อออกมายังที่รองรับส่วนมากจะใช้เวลาประมาณ 15-20 นาที

12.  ถ้าน้ำยังไม่ออกให้ใช้วิธี siphon ออกมาหรือเปลี่ยนท่านอนหรือกดบริเวณหน้าท้องด้านขวาเพื่อช่วยให้เกิดการบีบตัวของลำไส้ (peristalsis)

13.  เมื่อเสร็จแล้วทำความสะอาดบริเวณรอบๆ รูเปิดด้วยสบู่และน้ำแล้วเช็ดให้แห้ง

14.  ทำแผลบริเวณรูเปิดโดยใช้ Karaya powder หรือทิงเจอร์เบนซอยทาบริเวณรอบถุง colostomy แล้วติดถุงใหม่เข้าดังเดิม

15.  เก็บเครื่องมืออุปกรณ์ไปทำความสะอาด

16.  เขียนรายงานลงในรายงานให้การพยาบาล (nurse's notes) เกี่ยวกับผลของการพยาบาล

ข้อควรระวัง

1.      หมั่นสังเกตอาการของการติดเชื้อเนื้อเยื่อถูกทำลาย การตกเลือดและการอุดตันของรูเปิด

2.      ถ้ามีการอุดตันของรูเปิดห้ามใช้นิ้วมือเข้าไปถ่าง เพราะจะทำให้เกิดอาการติดเชื้อและเกิดอาการฉีกขาดของเนื้อเยื่อ

3.      จำนวนของน้ำยาที่เข้าไปควรจะมีจำนวนพอดี ถ้าใส่มากไปจะทำให้รั่วออกไม่ได้เข้าไปช่วยล้างภายใน ทำให้ลำไส้เกิดการบีบรัดตัวมากขึ้น

4.      อุณหภูมิของน้ำ ถ้าร้อนเกินไปจะทำให้เกิดการไหม้พอง ทำให้การเคลื่อนที่ของลำไส้ไม่ทำงานตามปกติ (inertie of the colon) ถ้าน้ำมีอุณหภูมิเย็นเกินไปจะไปเพิ่มการกระตุ้นของลำไส้มากกว่าปกติ (over stimulates the bowel)

5.      การที่น้ำคั่งอยู่เนื่องจากมีการบีบตัวของลำไส้ (spasm of bowel)หรือการที่ใส่สายยางลึกเกินไป

6.      แนะนำเรื่องอาหารให้ถูกต้องแก่ผู้ป่วย หลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้เกิดท้องเดิน ท้องผูก และอาหารที่ทำให้เกิดแก๊สในกระเพาะหรือลำไส้

7.      แนะนำการดูแลตนเอง หรือแนะนำญาติให้ช่วยดูแลด้วย พร้อมกับสอนวิธีการทำและแนะนำให้พยาบาลสาธารณสุขไปเยี่ยมถึงบ้าน

8.      เนื่องจากผู้ป่วย colostomy สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างบุคคลธรรมดา ฉะนั้นเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่พยาบาลที่จะแนะนำญาติและให้กำลังใจแก่ผู้ป่วยเพราะผู้ป่วยจะรู้สึกว่าตนเองเป็นที่รังเกียจในการเข้าสมาคม หรือคบหากับผู้อื่น เพราะกลัวว่ากลิ่นอุจจาระจะไปรบกวนผู้อื่นเนื่องจากการควบคุมหรือกลั้นแก๊สและอุจจาระไม่ได้เพราะที่รูเปิดไม่มีหูรูด